Kumo™ มองการใช้ระบบดิจิทัลในคลินิกเอกชนเติบโต ผลักดันการใช้ระบบดิจิทัลด้านสาธารณสุข ในอาเซียน

ในช่วงที่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เร่งผลักดันระบบสาธารณสุขสู่ดิจิทัล คลินิกผู้ป่วยนอกและธุรกิจเวลเนสกำลังเผชิญแรงกดดันด้านการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากนโยบายเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ระดับชาติ (EHR) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวดขึ้น ข้อจำกัดด้านบุคลากร และจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Kumo™ ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านการดูแลสุขภาพบนระบบคลาวด์ ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคที่ช่วยสนับสนุนคลินิกในการรับมือกับการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว โดยปัจจุบันมีคลินิกใช้งานมากกว่า 2,500 แห่ง และมีผู้ใช้งานกว่า 25,000 ราย ครอบคลุมประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

Kumo™ ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 10 ปีก่อน จากระบบบริหารจัดการสำหรับศูนย์สุขภาพและความงาม ก่อนขยายสู่แพลตฟอร์มด้านสุขภาพแบบครบวงจร รองรับคลินิกหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นทันตกรรม สัตวแพทย์ เวชศาสตร์ความงาม กรูมมิ่ง และคลินิกเวชกรรมทั่วไป ภายใต้ 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ Aoikumo™kumoDent™kumoVet™ และ kumoDoc™

ปัจจุบัน คลินิกจำนวนมากในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงใช้ระบบการทำงานที่แยกส่วน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการข้อมูลผู้ป่วย การเรียกเก็บเงิน หรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือหลายระบบ ส่งผลให้ภาระงานด้านเอกสารเพิ่มขึ้น บุคลากรทำงานหนักขึ้น และยากต่อการรักษาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ภาครัฐเร่งผลักดันโครงการสุขภาพดิจิทัลและการกำกับดูแลข้อมูลที่เข้มงวดมากขึ้น

Kumo™ ถูกออกแบบมาเพื่อรวมการทำงานทั้งด้านคลินิกและการบริหารไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ครอบคลุมตั้งแต่การลงทะเบียนผู้ป่วย ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EHR) การเคลมกับบริษัทประกันหรือ Third Party Administrator (TPA) การออกใบแจ้งหนี้ และการชำระเงิน พร้อมแอปพลิเคชันสำหรับแพทย์ ผู้ป่วย และพยาบาล เพื่อสนับสนุนการสื่อสารและการประสานงานตลอดกระบวนการรักษา นอกจากนี้ยังยกระดับมาตรฐานข้อมูลด้วยการใช้คำศัพท์ทางการแพทย์สากล (SNOMED CT) เพื่อให้การทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานสาธารณสุขเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

แพลตฟอร์ม Kumo™ ยังสามารถเชื่อมต่อกับบริการภายนอกที่ใช้งานอย่างแพร่หลาย เช่น WhatsApp, Google, LINE และ Stripe และได้รับการพัฒนาให้รองรับเทคโนโลยี AI ที่กำลังเกิดขึ้น ควบคู่กับการปรับตัวให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสาธารณสุขที่เปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถมุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่

จากบทบาทในการผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการแพทย์ Kumo™ ได้รับรางวัล MD Asia Pacific ICT Award 2024 และได้รับการคัดเลือกเป็น 100 Go Digital Supporting Partner ในปี 2023 และ 2024 รวมถึงผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 ด้านระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และการรับรองจาก SIRIM UKAS สะท้อนความมุ่งมั่นด้านการคุ้มครองข้อมูลและธรรมาภิบาลข้อมูลทางคลินิก

นอกจากนี้ Kumo™ ยังขยายการใช้งานสู่ภาคการศึกษา โดยสถาบันอย่าง MAHSA University และ Penang International Dental College นำระบบไปใช้ในคลินิกการเรียนการสอน เพื่อให้นักศึกษาด้านสาธารณสุขได้เรียนรู้การใช้งานระบบดิจิทัลที่ใกล้เคียงกับการทำงานจริง

Kevin Nair ผู้ก่อตั้ง Kumo™ กล่าวถึงทิศทางของบริษัทว่า ยังคงยึดแนวคิดเดิมตั้งแต่วันแรก “ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป Kumo™ จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราต้องการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งทำได้ด้วยการทำงานร่วมกับลูกค้าในฐานะพาร์ตเนอร์ รับฟังความคิดเห็น และปรับปรุงซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ Kumo™ อยู่แถวหน้าของนวัตกรรมสำหรับคลินิก”

ในช่วงที่ระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศกำลังมุ่งสู่การเชื่อมโยงข้อมูลและระบบดิจิทัลอย่างเป็นหนึ่งเดียว แพลตฟอร์มอย่าง Kumo™ จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อคลินิกเอกชนเข้ากับโครงการระดับชาติ กำกับดูแล และมาตรฐานข้อมูลทางคลินิกที่กำลังพัฒนา

ในทศวรรษหน้า นิยามของการดูแลผู้ป่วยนอกจะไม่ได้วัดกันที่จำนวนแอปพลิเคชันหรือฟีเจอร์อีกต่อไป แต่จะถูกขับเคลื่อนด้วยระบบบริหารจัดการคลินิกที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ทำงานประสานกันได้จริง และมีความฉลาดมากขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ที่เน้นการสร้างคุณค่าเหนือสิ่งอื่นใด เพราะแม้แต่การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ได้” Nair กล่าวทิ้งท้าย โดยยืนยันว่า Kumo™ พร้อมจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงนี้ต่อไป

You May Also Like

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *