เป้าหมายอนาคต ก้าวโตแบบมีคุณภาพ วันนี้ (19 ส.ค.69) กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เปิดมุมมองธุรกิจ และแผนขับเคลื่อนองค์กรในงาน Earnings Call (Opportunity Day) ประจำไตรมาส 2/2569 หลังประกาศผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกไปก่อนหน้านี้ โดยบริษัทเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์“Quality Growth” สอดรับกับกลยุทธ์ “ก้าวใหม่ ก้าวที่ยิ่งใหญ่ และก้าวต่อไป” มุ่งเน้นการเติบโตบนธุรกิจหลัก ควบคู่กับการบริหารต้นทุน และเงินทุนอย่างมีวินัย พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการทำกำไร และต่อยอดโอกาสจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ขณะที่ธุรกิจวิศวกรรมมี Backlog รองรับการรับรู้รายได้ในระยะถัดไป
ในการแถลงครั้งนี้ นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ เปิดเผยภาพรวมการดำเนินงานว่า “แม้สภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันยังเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด แต่บริษัทยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก และมองเห็นโอกาสจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ โดยเฉพาะ Data Center, Cloud Computing และ AI ซึ่งมีแนวโน้มเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการสายสัญญาณและระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระยะยาว”
งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ILINK มีรายได้รวม 1,784.20 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 145.10 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และบริหารค่าใช้จ่ายท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพของรายได้ และกำไร มากกว่าการมุ่งขยายตัวเชิงปริมาณ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ในปี 2569 พร้องแนวทางที่บริษัทวางไว้
ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ และอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร รับดีมานด์ Digital Infrastructure ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของ ILINK โดยไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 761.94ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 61.94 ล้านบาท ขณะที่รายได้สะสมอยู่ที่ 1,734.94 ล้านบาท โดยทิศทางธุรกิจยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน Digital Infrastructure และการขยายตัวของ Data Center, Cloud และ AI รวมถึงความต้องการระบบสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่เพิ่มขึ้น บริษัทจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขยายฐานลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินค้าคงคลัง และต้นทุนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและรักษาความสามารถในการทำกำไร
ขณะที่ธุรกิจวิศวกรรมโครงการ เดินหน้าสะสมBacklog เพิ่มความแข็งแกร่งรายได้อนาคต และยังอยู่ระหว่างการทยอยรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของโครงการ โดยไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 27.20ล้านบาท และรายได้สะสม 49.26 ล้านบาท แม้ผลประกอบการระยะสั้นยังได้รับผลจากจังหวะการรับรู้รายได้ แต่บริษัทยังคงมี Backlog จากโครงการที่ได้รับงานแล้ว และเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง
ไฮไลต์สำคัญ คือ โครงการจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่ากว่า 1,813 ล้านบาท สำหรับงานก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำแรงดันสูง 115 kV วงจรที่ 4 พร้อม Fiber Optic 24 Core ไปยังเกาะสมุย ซึ่งลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 6กรกฎาคม 2569 และคาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569เป็นต้นไป
โครงการดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่ช่วยเพิ่ม Backlog และสร้างฐานรายได้ในอนาคต พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งของ ILINK ในฐานะ “Thailand Champion Submarine Cable” จากประสบการณ์ด้านสายเคเบิลใต้น้ำมากกว่า 17 ปี และผลงานโครงการสำคัญในหลายพื้นที่ ทั้งเกาะพะงัน เกาะกูด เกาะเต่า และเกาะล้าน เป็นต้น
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญ คือ การปรับโครงสร้างการดำเนินงานให้มีความชัดเจนมากขึ้น ภายหลังการหยุดรับรู้ผลประกอบการของ ITEL ในงบการเงินรวม ทำให้ ILINK สามารถมุ่งบริหารและจัดสรรทรัพยากรไปยังธุรกิจหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมวางแนวทางการใช้เงินทุนอย่างรัดกุม และให้ความสำคัญกับผลตอบแทนจากการลงทุน
ซึ่งแนวทางนี้ สอดรับกับเป้าหมายการสร้างการเติบโตต่อเนื่องแบบมีคุณภาพ ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มรายได้ แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของกำไรความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด และประสิทธิภาพการใช้เงินทุน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจในระยะยาว
โดยทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เดินหน้ารับเมกะเทรนด์ “Digital–Energy” ILINK ยังคงเดินหน้าธุรกิจหลักอย่างเต็มศักยภาพพร้อมติดตามโอกาสการลงทุนใน Data Center, Cloud, AI, Smart Building, Digital Infrastructure และ Energy Transition ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตตามการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
ขณะเดียวกัน ธุรกิจวิศวกรรมจะยังคงเดินหน้าสร้าง Backlog จากงานโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสาร โดยใช้จุดแข็งด้านประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะงานโครงการที่มีความซับซ้อนและต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
“จากนี้ ILINK จะให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยรักษาสมดุลระหว่างรายได้ กำไร กระแสเงินสด และการใช้เงินทุน พร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญของบริษัทไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดจาก Digital Infrastructure และ Energy Transition ที่เราเชื่อว่าประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมา จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายสมบัติ กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ การนำเสนอข้อมูลในงาน Earnings Call (Opportunity Day) ไตรมาส 2/2569 สะท้อนทิศทางของ ILINK ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการมุ่งเน้นธุรกิจหลักควบคู่กับการบริหารต้นทุน และเงินทุนอย่างมีวินัย พร้อมใช้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ Digital Infrastructure – Data Center – Cloud – AI – Energy Transition และการเพิ่ม Backlog งานวิศวกรรม เพื่อวางรากฐานการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี และต่อเนื่องในระยะยาว
