
กรุงเทพฯ, 9 ตุลาคม 2569 — กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานแถลงข่าวและเปิดตัวนวัตกรรม “AI Chatbot กรมวิชาการเกษตร ปลดล็อกองค์ความรู้ พลิกอนาคตเกษตรไทย” เพื่อเดินหน้านำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยด้านการผลิตพืชสู่เกษตรกร ผู้ประกอบการผลิตผลการเกษตร และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดตัวส่วนต่อขยาย AI Chatbot ที่ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจและพืชทางเลือกสำคัญถึง 10 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มะพร้าวน้ำหอม กาแฟ มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองฝักสด ถั่วเขียว ถั่วลิสง และพริก

นางสาวเชาวนาถ พฤทธิเทพ ผู้อํานวยการกองวิจัยพัฒนาพืชเศรษฐกิจใหม่และการจัดการก๊าซเรือนกระจกสําหรับภาคเกษตร ได้รับมอบหมายจาก ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า “ปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคการเกษตร ซึ่งการนำ AI มาใช้ ควรมุ่งเน้นที่การนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้องค์ความรู้ทางวิชาการได้ส่งต่อไปถึงเกษตรกรอย่างรวดเร็วและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งกรมวิชาการเกษตรมีองค์ความรู้และผลงานวิจัยที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านพันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิต การจัดการดินและปุ๋ย การอารักขาพืช สิ่งสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างองค์ความรู้ใหม่ แต่คือการทำอย่างไรให้ องค์ความรู้ที่เรามี สามารถส่งถึงมือผู้ที่ต้องการใช้จริง และทันท่วงที”

ระบบ AI Chatbot จึงถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกองค์ความรู้ และผลงานวิจัยที่มีอยู่ ให้กลายเป็นบริการดิจิทัลที่สู่เกษตรกรและผู้ใช้งานได้ทันที ทำให้เข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องง่าย มีประสิทธิภาพ ถูกต้องและเชื่อถือได้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการผลักสู่เกษตรยุคดิจิทัลที่นำ ‘องค์ความรู้ คน และเทคโนโลยี’ มาบูรณาการร่วมกัน

โครงการนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาข้อมูลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง ที่มีอยู่มากมายบนสื่อดิจิทัลในปัจจุบัน โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยประมวลองค์ความรู้และงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตร มาสื่อสารในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ภายใต้หลัก Universal Design เพื่อให้เกษตรกรทุกกลุ่ม ทุกวัย สามารถเข้าถึงตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดข้อจำกัดในการสืบค้นข้อมูล เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการสู่มือเกษตรกรโดยตรง ผ่านองค์ความรู้ของพืชถึง 10 ชนิด ดังนี้
1. ทุเรียน: ช่วยรับมือกับวิกฤตโรคพืช แมลงศัตรูพืช การจัดการทรัพยากรน้ำและปุ๋ยอย่างเป็นระบบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต และมุ่งสู่การทำสวนทุเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) เพื่อสร้างโอกาสในตลาดอนาคต
2. มะพร้าวน้ำหอม: วินิจฉัยและให้คำแนะนำการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชสำคัญ เช่น ด้วงแรด ด้วงงวง และหนอนหัวดำ พร้อมส่งเสริมการจัดการแปลงแบบไร้สารพิษอย่างประณีต มุ่งสู่ Low Carbon Farm
3. กาแฟ: ที่ปรึกษาอัจฉริยะช่วยแก้ปัญหาโรคราสนิมใบ มอดเจาะผลกาแฟ และความซับซ้อนในการวิเคราะห์สภาพดิน-อากาศ ช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจแม่นยำ เพิ่มมูลค่าผลผลิต และยกระดับมาตรฐานกาแฟไทยสู่ตลาดโลก
4. มันสำปะหลัง: ช่วยวิเคราะห์โรคและศัตรูพืชสำคัญ ให้คำแนะนำด้านการจัดการแปลงและเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิต เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร
5. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์: ตัวช่วยวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงโรคราน้ำค้าง/ใบลาย และหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด พร้อมสนับสนุนนโยบาย “เกษตรไม่เผา” เปลี่ยนจากการเผาตอซังมาเป็นการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดฝุ่น PM 2.5

6. ถั่วเขียว (พืชหลังนา): ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านการปลูกถั่วเขียวใช้น้ำน้อยและการเลือกสายพันธุ์ทนแล้ง ช่วยแก้ปัญหาโรครากเน่าและแมลงวันเจาะต้น พร้อมขับเคลื่อนเกษตรคาร์บอนต่ำและฟื้นฟูดินหลังทำนา
7. ถั่วลิสง: ช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมแปรปรวน โรคโคนเน่าขาว ใบจุดสีน้ำตาล ช่วยบริหารจัดการน้ำและดิน ลดต้นทุน และวิเคราะห์โอกาสทางตลาดรวมถึงแนวทางคาร์บอนเครดิต
8. ถั่วเหลือง: ตอบคำถามและให้คำแนะนำครอบคลุมตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์ การกำจัดศัตรูพืชในช่วงเวลาวิกฤต เช่น โรคราน้ำค้าง โรคราสนิม หนอนเจาะลำต้น ช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มคุณภาพผลผลิต
9. ถั่วเหลืองฝักสด (Superfood): วิเคราะห์ปัญหาในแปลงปลูก เช่น หนอนแมลงวันเจาะลำต้น และอาการใบหงิกงอจากการใช้สารเคมีผิดวิธี ช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มผลผลิตคุณภาพดี ตอบโจทย์พืชทางเลือกสร้างรายได้สูงหลังนา
10. พริกหลังนา: แนะนำเทคนิคการเปลี่ยนนาว่างให้เป็นฤดูสร้างรายได้ระหว่างเดือนตุลาคม–กุมภาพันธ์ ให้แนวทางการดูแลตามระยะการเจริญเติบโต ลดต้นทุน และเชื่อมโยงกับการสะสมคาร์บอนเครดิตอย่างยั่งยืน

กรมวิชาการเกษตร มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า AI Chatbot จะเป็นเครื่องมือดิจิทัลสำคัญที่ช่วย“ปลดล็อกองค์ความรู้” ให้เกษตรกรไทยก้าวทันโลกด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเชื่อถือได้ช่วยลดความสูญเสีย เพิ่มรายได้ และขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

